BEOGAMING : วางเงินเดิมพันเท่าไหร่ถึงชนะ

BEOGAMING

เบื้องต้น หากท่านเป็นผู้เล่นที่ชื่นชอบ การใช้ความจำ บาคาร่า BEOGAMING ดูจะเป็นการพนันที่ตอบโจทย์เช่นนั้น และ ยังสร้างความเพลิดเพลินระยะยาว ให้กับท่านได้ ที่สำคัญ ผู้ที่เลือกเล่นบาคาร่าส่วนใหญ่ มักจะให้ความสำคัญ กับเงินเดิมพัน ในการเล่นแต่ละรอบ ค่อนข้างสูง และ ใช่ว่าจะเป็นการวางเงินสุ่มสี่สุ่มห้า

เทนนิคการเล่นบาคาร่า BEOGAMING ยอดนิยม

แท้จริงแล้ว มีเทคนิคอีกอย่าง ที่เหล่านักพนันบาคาร่านั้น นิยมใช้กัน คือ การใช้กลยุทธ์ของตัวเลข เข้าช่วยนั่นเอง เพราะหลายต่อหลายครั้ง การเล่นบาคาร่า แม้แต่เหล่าเซียน ไม่แนะนำให้มีการเดิมพัน ด้วยจำนวนเงินที่น้อยจนเกินไป เพราะการเล่นบาคาร่านั้น ต้องใช้เวลา และ ต้องใจเย็นไม่รีบร้อน ดังนั้น จึงทำให้เกิดสูตรต่างๆ ขึ้นมา เพื่อให้ผู้เล่น ใช้งาน ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

กลยุทธ์ที่จะกล่าวนี้คือ กฎ 1-3-2-4 เป็นสูตรที่ถูกใช้มาทั่วโลก และ ยังช่วยในการบริหารเงิน ในการเล่นเป็นอย่างดีอีกด้วย ซึ่งสูตรนี้ ขึ้นชื่อในเรื่องของเกม ที่มีผลแพ้ชนะเป็น 50:50 นั่นเอง เรียกง่าย ๆ คือ เดิมพันเท่าไหร่เสียเท่านั้น เช่น ผลตอบแทน 1 เท่า แพ้ก็เสีย 1 เท่า ซึ่งจะมีการแบ่งกลุ่มเป็น 3 ประเภท คือ ฝั่งแบงเกอร์,ฝั่งเพลเยอร์ และ ฝั่งเสมอ โดยจะคิดผลชนะเป็นเปอร์เซ็นต์ ดังนี้

ฝั่งแบงเกอร์ = 45.9%

ฝั่งเพลเยอร์ = 44.6%

ฝั่งเสมอ = 9.5%

โดยเปอร์เซ็นต์นี้ จะนับเป็นผล ของโอกาสที่ไพ่จะออกมานั่นเอง ซึ่งหากผู้เล่น ลงเดิมพันโดยใช้สูตร 1-3-2-4 ก็ควรที่จะเดิมพัน ด้วยการใช้หลักเกณฑ์ ของฝั่งแบงเกอร์มากที่สุดเพื่อที่จะได้มีโอกาสเล่น ชนะสูงขึ้นนั่นเอง หากยังมีข้อสงสัยว่า เลือกฝั่งแบงเกอร์แล้ว จะได้เงินตอบแทนต่างกันอย่างไร คิดได้ง่าย ๆ คือ หากเลือกใช้สูตร 1 3 2 4 แล้วละก็ เกณฑ์ในการจ่าย

เมื่อชนะจะเป็นดังนี้ ฝั่งแบงเกอร์ชนะ อัตราการจ่ายอยู่ที่ 0.95 เท่า แต่หากฝั่งเพลเยอร์ชนะ อัตราการจ่ายอยู่ที่ 1 เท่า จริงอยู่ที่ว่า การจ่ายของฝั่งเพลเยอร์นั้น ดูจะมีโอกาสได้เงินตอบแทนสูง แต่ทว่า หากเล่นตามหลักจริง ๆแล้ว ผลการออกของไพ่ มักจะออกมาเป็นฝั่งแบงเกอร์ สูงกว่านั่นเอง หากเทียบกันแล้ว จึงเป็นฝั่งแบงเกอร์ ที่ดูจะคุ้มค่ากับการลงทุนมากกว่านั่นเอง

แต่ถึงกระนั้น การใช้เงินเดิมพันในบาคาร่า  ยังมีการแบ่งเทคนิค ออกไปตามรูปแบบของไพ่อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น

ไม้ที่ 1 ลงเดิมพัน 1 หน่วย = ได้กำไรหน่วยละ 1 บาท

เดิมพันชนะไม้แรก ในไม้ที่ 2 ลงเดิมพัน 3 หน่วย = ได้กำไรหน่วยละ 3 บาท

เดิมพันชนะไม้ที่ 2 ในไม้ที่ 3 ลงเดิมพัน 2 หน่วย = ได้กำไรหน่วยละ 1 บาท

เดิมพันชนะไม้ที่ 3 ในไม้ที่ 4 ลงเดิมพัน 4 หน่วย = ได้กำไรเพิ่มจากเดิมอีก 2 บาท

เดิมพันชนะรวด 4 ไม้ ในไม้ต่อไปกลับมาเริ่มหน่วยที่ 1 ใหม่ หากชนะ 4 ไม้ จะได้กำไร 10 หน่วย = ได้กำไรเพิ่มจากเดิมอีก 4 บาท

ซึ่งเรียกได้ว่า การใช้สูตร 1 3 2 4 นั้น เป็นตัวช่วยที่ดีมาก

สำหรับการเล่นบาคาร่า BEO68 เพราะทำให้ผู้เล่น ไม่ต้องวางเงินเดิมพัน เป็นก้อนใหญ่ ๆ ทุกตา แต่จะทำให้ จัดสรรเงินได้ดีมากยิ่งขึ้น  โดยที่ไม่ต้องกังวล ว่าหาเล่นไปแล้ว ตานี้จะเสียเงินฟรี เพราะถึงอย่างไร  การเล่นบาคาร่านั้น มักจะไม่นิยมเล่นต่อเนื่อง ระยะยาวอยู่แล้ว

ดังนั้น หากผู้เล่นเข้าใจ หน้าตาของไพ่ สูตรของไพ่ รวมถึงการวางเงินในการเล่น แต่ละตาแล้วละก็ บอกได้เลยว่า ผู้เล่น จะไม่เสียเปล่าอย่างแน่นอน กับการลงทุน เพื่อจะเล่น อีกทั้งการทราบวิธี ในการลงเงิน จะทำให้การวางแผน ในการเล่นนั้น ราบรื่นมากยิ่งขึ้น

 ไม่ว่าจะเล่นอีกกี่ครั้ง ก็มีโอกาสจะได้ มากกว่าเสียอย่างแน่นอน ยิงหากท่าน กำลังจะลงทุนกับการเล่นบาคาร่า ก็ควรทราบวิธี หรือ สูตรเหล่านี้ไว้ จะเป็นผลดีอย่างมาก เพราะเทคนิคเหล่านี้ไม่ได้มีจำกัด ไว้สำหรับผู้ที่เล่นเป็นแล้วเท่านั้น แต่มีไว้ เพื่อให้ผู้ที่สนใจ และ ยากจะเป็นเศรษฐีบาคาร่าในสักวันนั่นเอง

Reference : BEOGAMING

Edit : BEO68